หลังจากที่แม่กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน แผลจากการผ่าตัดและการตัดและต่อกระดูก ทำให้แม่เจ็บปวดจนแทบเดินไม่ไหว ระหว่างเวลาเกือบ 2 เดือนผ่านไป แม่รู้สึกดีขึ้น กับแขนที่ไม่สามารถใช้การได้เหมือนเดิม แม่ต้องคอยประคองแขนข้างนั้น เพราะมันจะเจ็บปวดแทบทุกครั้งที่ขยับ บางครั้งแขนแม่บวมเกือบเป็น 2 เท่าของแขนอีกข้าง
เราตั้งใจไว้ว่าจะพาแม่ไปรักษามะเร็งปอดต่อที่รพ.อื่นแห่งหนึ่ง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในวันหนึ่ง วันนั้นแม่ขอให้พี่พาไปบ้านญาติ เพื่อไหว้บรรพบุรุษ การเดินทางไปเรียบร้อยดี แต่แม่นั่งนานๆ ไม่ไหว แม่เริ่มไม่สบายตัว พี่เลยถามแม่ว่าจะกลับบ้านไหม แม่พยักหน้า
การขึ้นรถกลับบ้านครั้งนั้น เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของแม่อีกครั้ง ขณะที่พี่กำลังจะเลื่อนรถมาให้ใกล้หน้าบ้านญาติให้มากที่สุด แม่กำลังคอยที่จะขึ้นรถ โดยมีญาติคอยประคองและส่งแม่ขึ้นรถ ระหว่างนั้นเอง ที่ทุกคนกำลังประคับประคองร่างแม่ให้ขึ้นรถ มีเสียงเป๊าะดังขึ้น แม่นิ่งเงียบ พี่ถามว่าแม่เจ็บไหม แม่พยักหน้า พี่ถามซ้ำอีกครั้งว่า เจ็บมากไหม แม่พยักหน้า พี่เลยเปลี่ยนคำถามว่าไปหาหมอไหม แม่พยักหน้า
หลังจากที่แม่เข้าสู่ รพ. หมอได้เช็คร่างกาย รวมทั้งถ่ายเอ็กซ์เรย์อีกครั้ง ปรากฎว่า กระดูกต้นขาขวาแม่หัก ทันทีที่ทุกคนทราบเรื่องนี้ เราเจ็บปวดจนแทบไม่มีคำพูดใดใดออกมา แต่มันจุกแน่นที่อก สมองตื้อคิดอะไรไม่ออก สงสารแม่จับใจที่สุด
ตอนแรกหมอไม่แนะนำให้ต่อกระดูกที่ขาอีก เพราะอาการแม่ไม่สู้ดี ร่างกายผ่ายผอมด้วยเหตุที่กินข้าวไม่ได้มาก พวกเราลูกๆต่างให้กำลังใจ และพูดกับแม่เพื่อให้แม่กินข้าวได้เยอะๆ แม่กำลังใจดี พยายามกินข้าวมากจนดีใจหาย แม่ดูดีจนหมอยังเปลี่ยนใจเรื่องการผ่าตัดต่อกระดูก แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าสักวัน วันนี้มันต้องมาถึง แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะมาเร็วอย่างนี้
การพักรักษาตัวครั้งนี้ของแม่ เป็นไปอย่างยากลำบากกว่าครั้งที่แล้ว เพราะกระดูกขาแม่หักแม่ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวไปไหนได้ และทุกครั้งที่ต้องเปลี่ยนแผ่นกันเปื้อนชิ้นใหม่ แม่ต้องเจ็บจนแทบน้ำตาไหล แม่นอนอยู่บนเตียงนั้นโดยไม่ได้ลุกขึ้นนั่งอีกเลย
มีคืนหนึ่งที่ฉันเฝ้าแม่ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้คอยหยิบน้ำให้แม่จิบ เพราะแม่จะไอตลอดเวลา ด้วยความเหนื่อยล้าจากการอดนอนมาหลายคืน ฉันเผลอหลับไป แม่เอื้อมหยิบขวดน้ำข้างตัวแม่ และแม่คงทำหกแม่บอกว่าแม่เรียกฉันแล้ว แต่ฉันไม่ตอบรับพอฉันรู้สึกตัวอีกที แม่ต้องนอนเปียกน้ำทั้งขวดนั้น ฉันเรียกพยาบาลมาเปลี่ยนผ้าปู แต่แม่ต้องเจ็บปวดแสนสาหัสกับการเคลื่อนย้ายอีกครั้ง ฉันรู้สึกเหมือนทำงานบกพร่อง ทำให้แม่ต้องลำบาก
4-5 วัน ก่อนวันสุดท้ายของแม่ แม่มีอาการเหมือนคนท้องเสีย แม่ถ่ายเกือบตลอดเวลา กระปริดกระปรอย ไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศา เราเช็ดตัวแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยาบาลต้องใช้ผ้าชุบน้ำแข็งเช็ดตัวแม่ แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย มันอาจเป็นสัญญาณบอกถึงบางสิ่งที่กำลังจะมาเยือน หมอบอกว่าแม่ติดเชื้อในกระแสเลือด
ระดับออกซิเจนแม่ลดลงกว่าคนปกติ หมอสั่งให้ออกซิเจนแก่แม่อาการแม่ทรุดลงอีกครั้ง กินข้าวไม่ได้เหมือนเดิม พอป้อนข้าวแม่คำนึง แม่ก็กิน พอจะป้อนอีกคำ แม่ก็หลับ หลับๆ ตื่นๆ อยู่ตลอดทั้งวัน แม่เริ่มพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเบลอๆ พูดจาแปลกๆ เหมือนแม่กลับไปสู่อดีตอีกครั้ง
ในที่สุด ระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ที่แม่เข้าไปพักรักษาตัว วันสุดท้ายของแม่ก็มาถึง ฉันเฝ้าแม่จนถึงเช้า และกลับไปพักที่บ้าน โดยมีพี่ชายมาเปลี่ยน บ่ายวันนั้นเอง พี่โทรตามให้ไปที่ รพ. แม่ไม่รู้สึกตัว นอนหลับตา หายใจแรงๆ ด้วยปากเหมือนคนหิวโหยออกซิเจน การสั่งเครื่องช่วยหายใจคงทำได้แต่ยืดระยะเวลาแม่ไปอีก 2-3 วันเท่านั้น เราตกลงใจกับหมอที่จะไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจกับแม่ พยาบาลเอาไฟฉายมาส่องที่ม่านตาของแม่ ฉันเห็นภาพแม่ไม่ตอบสนองต่อแสง มันเจ็บปวดจนใจแทบสลาย
คืนนั้น ฉันตัดสินใจที่จะเฝ้าแม่จนถึงวินาทีสุดท้าย ฉันรู้อยู่แก่ใจดีว่าไม่วันนี้ก็คงพรุ่งนี้แม่คงจะจากฉันไป โดยที่ฉันช่วยอะไรแม่ไม่ได้เลย ได้แค่เพียงนั่งเป็นเพื่อนแม่ ฉันกระซิบบอกแม่ว่า ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแม่อยู่ตรงนี้ แม่ไม่ต้องห่วงอะไร ขอให้แม่ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่นี่ ละกิเลสทุกอย่างเพื่อให้แม่ไปเกิดในภพภูมิที่ดี
ฉันมองแม่นอนหายใจอยู่อย่างนั้น เช็ดตัวแม่อยู่เป็นระยะๆ ไข้แม่ขึ้นลงอยู่ที่ 40 และ 39 แม่ค่อยๆ หายใจเบาลง เบาลง ฉันโทรหาพี่ๆ บอกพวกเขาให้รีบมา เพราะเชื่อว่าอีกไม่ช้า แม่คงจะจากเราไป แม่เริ่มปิดปากและหยุดหายใจ ฉันเรียกแม่ เขย่าตัวแม่ แม่ก็หายใจอีกครั้ง ฉันรายงานอาการแม่เป็นระยะให้พวกพี่ได้รู้ แม่หยุดหายใจและหายใจอีกอยู่อย่างนี้สองสามครั้งและในที่สุดแม่หยุดหายใจ นอนนิ่งไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกของฉัน ฉันกดออดเรียกพยาบาล พวกเขาเข้ามาเช็คร่างกายแม่ เช็คคลื่นหัวใจ และยืนยันว่าแม่ได้จากเราไปแล้ว
ฉันอึ้งและเงียบ ไม่มีเสียงร้องไห้จากฉัน ฉันยินดีที่แม่จากไปอย่างสงบ แม่ต้องทนทรมานมากกว่าหากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เสียใจ เมื่อคิดถึงว่าฉันจะไม่มีแม่อยู่ข้างๆ เหมือนเดิมอีกแล้ว น้ำตามันก็ไหลออกมา ภาพสุดท้ายของแม่ยังติดอยู่ให้หัวของฉัน ทุกครั้งที่คิดถึงภาพนั้นน้ำตามันก็เอ่อล้นออกมา มันไหลมาจากหัวใจ
แม่ให้ชีวิตฉันมา วันนี้ครบปีที่ 28พรวันเกิดในปีนี้ขอให้วิญญาณแม่สุขสงบ แล้ววันนึง เราคงได้เจอกันอีกค่ะแม่
ใกล้วันแม่แล้ว ทำให้แม่รู้...ว่าคุณรักท่านมากแค่ไหนด้วยนะคะ
edit @ 2007/08/06 16:37:50
